
อินฟราเรดกับไอน้ำ: การเปลี่ยนมาใช้อินฟราเรดคุ้มค่าจริงหรือไม่?
ร้านขายเฟอร์นิเจอร์หลายแห่งยังคงใช้ไอน้ำในการอบแห้งและทำให้วัสดุแข็งตัว ผมเข้าใจนะ… เพราะมันเป็นวิธีที่ใช้กันมาตลอด แต่ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว การใช้ไอน้ำนั้นมีปัญหามากมาย คุณต้องมีเครื่องกำเนิดไอน้ำขนาดใหญ่ มีท่อส่งไอน้ำยาวเหยียด และยังต้องกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจุดไหนจะรั่วอีก
แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้อินฟราเรดแทน คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงแค่เครื่องทำความร้อนเท่านั้น แต่คุณจะได้กำจัดโครงสร้างเก่าๆ ที่ทำให้พื้นที่ใช้สอยน้อยลงไปด้วย
เรื่องค่าใช้จ่าย ไอน้ำนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะคุณต้องเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อให้เครื่องกำเนิดไอน้ำอยู่ในสภาพร้อนอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่มีการใช้งานมากนักก็ตาม
ส่วนอินฟราเรดนั้นแตกต่างออกไป คุณเพียงแค่เปิดสวิตช์ แล้วก็สามารถใช้งานได้เลย ข้อดีที่สุดคือค่าไฟฟ้าที่ลดลง คุณไม่จำเป็นต้องเผาไหม้เชื้อเพลิงอีกต่อไป คุณเพียงแค่ต้องลงทุนในการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่หลังจากนั้นคุณก็ไม่ต้องจ่ายค่าสารเคมีสำหรับการปรับสภาพน้ำ หรือค่าซ่อมแซมเครื่องกำเนิดไอน้ำอีกต่อไป
ความเร็วและพื้นที่ ไอน้ำนั้นมีความเร็วในการอบที่ช้ามาก ส่วนอินฟราเรดนั้นสามารถขับไล่ความชื้นออกจากเนื้อไม้ได้เร็วกว่ามาก
นั่นหมายความว่าคุณสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมเคยเห็นเตาอบไอน้ำขนาด 20 เมตรถูกแทนที่ด้วยเตาอบอินฟราเรดขนาด 5 เมตร นั่นหมายความว่าคุณสามารถใช้พื้นที่ได้มากขึ้น และสามารถติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมได้อีกด้วย
ข้อเสีย แต่อินฟราเรดก็ไม่ใช่วิธีที่สมบูรณ์แบบเสมอไป หากคุณไม่ระมัดระวังเรื่องความเร็วของสายพานหรือความสูงของหลอดไฟ วัสดุก็อาจถูกเผาไหม้ได้ ส่วนไอน้ำนั้นมีความอ่อนโยนกว่า เพราะความร้อนที่ให้มานั้นอ่อนกว่า คุณจึงต้องใช้ตัวควบคุม PID และเซ็นเซอร์ที่มีคุณภาพดี เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ถ้าคุณทำถูกวิธี ร้านค้าส่วนใหญ่จะเห็นว่าการลงทุนนี้คุ้มค่าภายใน 12 ถึง 18 เดือน คุณจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องท่อรั่วอีกต่อไป และสามารถทำงานได้เร็วขึ้น มันเป็นวิธีที่ดีกว่าในการทำงานจริงๆ